ประกาศความเป็นส่วนตัว

สำหรับผู้สนบสนุนหรือผู้ที่สนใจมูลนธิฯ (Privacy Notice)

   มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีซึ่งต่อไปเรียกว่า “มูลนิธิฯ” ได้มีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สนับสนุนหรือผู้ที่สนใจมูลนิธิฯ และเพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มูลนิธิฯ จึงได้ออกประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับสำหรับผู้สนับสนุนหรือผู้ที่สนใจฉบับนี้ โดยจัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงรายละเอียดและวิธีการจัดการและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มูลนิธิฯ ได้รับมาจากท่าน รวมถึงชี้แจงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และส่งต่อ ตลอดจนระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวและสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังนี้

ข้อ 1 คำนิยาม
  “มูลนิธิฯ” หมายถึง มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  “ท่าน” หมายถึง ผู้สนับสนุนหรือผู้ที่สนใจมูลนิธิฯ
  “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
  “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมืองความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
  “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
  “กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง และให้หมายความรวมถึงกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ ในอนาคต

ข้อ 2. ช่องทางและแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
  มูลนิธิฯ ดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยมูลนิธิฯ ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

2.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับมูลนิธิฯ โดยตรง
  ท่านอาจให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่มูลนิธิฯ โดยตรง เมื่อท่านแสดงเจตนาสนับสนุนหรือสนใจมูลนิธิฯ หรือเมื่อท่านติดต่อสอบถามข้อมูล หรือเมื่อท่านส่งใบสมัคร หรือกรอกข้อมูลใบแบบฟอร์มต่างๆ ของมูลนิธิฯ ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมายังมูลนิธิฯ หรือกรณีที่ท่านแลกบัตรเพื่อขอเข้าพื้นที่อาคาร หรือเข้าร่วมกิจกรรมโครงการต่างๆของมูลนิธิฯ เป็นต้น

2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มูลนิธิฯ เก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ
  มูลนิธิฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอัตโนมัติ เช่น การจัดเก็บข้อมูลบันทึกภาพผ่านกล้องวงจรปิด(Closed-circuit television: CCTV) การเก็บรวบรวมข้อมูลทางเทคนิค กิจกรรมและรูปแบบการเข้าชม ข้อมูลประวัติการใช้งานเว็บไซต์ (Browsing) ของท่านโดยอัตโนมัติโดยใช้คุกกี้ (Cookies) และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Notice)” ของมูลนิธิฯ

2.3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มูลนิธิฯ ได้รับมาจากบุคคลภายนอก
  มูลนิธิฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลภายนอกเป็นครั้งคราว เช่น ข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับท่านในฐานะที่ท่านเป็นบุคคลในครอบครัว บุคคลที่รู้จักท่าน เป็นต้น

ข้อ 3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวม
  ข้อมูลส่วนบุคคลที่มูลนิธิฯ ดำเนินการเก็บรวมรวบภายใต้ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ แบ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในประเภทดังต่อไปนี้
3.1 สำหรับผู้สนับสนุน
3.1.1 ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เพศ วันเดือนปีเกิด เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ไอดีไลน์ บัญชี Facebook อีเมลล์ รูปถ่าย ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว สำเนาเอกสารยืนยันตัวตนต่างๆ เป็นต้น
3.1.2 ข้อมูลเกี่ยวการเงิน เช่น หมายเลขบัตรเครดิต วันหมดอายุบัตรเครดิต ชื่อบนบัตรเครดิต เป็นต้น
3.1.3 ข้อมูลอื่นๆ ที่ท่านได้มอบให้แก่มูลนิธิฯ
3.2 ผู้ที่สนใจมูลนิธิฯ
3.2.1 ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ไอดีไลน์ อีเมลล์ บัญชี Facebook เป็นต้น
3.2.2 ข้อมูลอื่นๆ ที่ท่านได้มอบให้แก่มูลนิธิฯ
3.3 สำหรับบุคคลที่สาม
  มูลนิธิฯ อาจได้รับข้อมูลบุคคลที่สามที่มีความเกี่ยวข้องกับท่าน เช่น ข้อมูลคู่สมรส หรือข้อมูลบุคคลอ้างอิงโดยท่านต้องได้รับความยินยอมและแจ้งให้บุคคลเหล่านี้ทราบถึงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ก่อนการส่งมอบข้อมูลของบุคคลดังกล่าวให้แก่มูลนิธิฯ เช่น ชื่อ นามสกุล ข้อมูลติดต่อ สำเนาเอกสารยืนยันตัวตนต่างๆ เป็นต้น

  หากในกรณีที่มูลนิธิฯ มีความจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) มูลนิธิฯจะจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมและขอความยินยอมจากท่านก่อนการเก็บรวบรวม เว้นแต่จะมีกฎหมายยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมเอาไว้ เช่น การป้องกันระงับอันตรายต่อชีวิต ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข การปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อยกเว้นอื่น ๆ ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ข้อ 4. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  มูลนิธิฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ (รวมเรียกว่า “วัตถุประสงค์ที่กำหนด”) และภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้
4.1 สำหรับผู้สนับสนุน
4.1.1 เพื่อมูลนิธิฯ สามารถรับการสนับสนุนจากท่านและการยืนยันในการให้การสนับสนุนของท่าน การใช้และเปิดเผย ชื่อ นามสกุล และข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในสำเนาเอกสารแสดงตัวตนของท่าน เพื่อยืนยันตัวตนในการให้สนับสนุนต่อมูลนิธิฯ
4.1.2 เพื่อการติดต่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของมูลนิธิฯ ตามสื่อทุกระเภท
4.1.3 เพื่อการระดมทุนของมูลนิธิฯ ตามสื่อทุกระเภท
4.1.4 เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของมูลนิธิฯ ตามสื่อทุกระเภท
4.1.5 เพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่เกินขอบเขตที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล (Legitimate Interest) เช่น การบันทึกภาพวงจรปิด (CCTV) การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สนับสนุน การตรวจสอบเอกสารยืนยันตัวตนของผู้สนับสนุน เป็นต้น
4.1.6 เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (Vital Interest) และประโยชน์ทางด้านสาธารณะสุข เช่น ป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล เช่น การติดต่อฉุกเฉินการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อหรือโรคระบาด
4.1.7 เพื่อเป็นการจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของมูลนิธิฯ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้รับมอบให้แก่มูลนิธิฯ
4.1.8 ความยินยอม เมื่อมูลนิธิฯ ไม่สามารถอาศัยข้อยกเว้นหรืออ้างอิงฐานทางกฎหมายตามกรณีที่ระบุข้างต้น ทั้งนี้ มูลนิธิฯ จะขอความยินยอมเป็นการเฉพาะจากท่าน โดยมูลนิธิฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งและที่ได้รับความยินยอมจากท่าน หรือในกรณีที่มูลนิธิฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว มูลนิธิฯ จะดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดหรือโดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน เช่น ข้อมูลผลการตรวจเชื้อโควิค เป็นต้น
4.2 ผู้ที่สนใจมูลนิธิฯ
4.2.1 เพื่อให้มูลนิธิฯ สามารถดำเนินกิจการได้ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ
4.2.2 เพื่อการติดต่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของมูลนิธิฯ ตามสื่อทุกระเภท
4.2.3 เพื่อการระดมทุนของมูลนิธิฯ ตามสื่อทุกระเภท
4.2.4 เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของมูลนิธิฯ ตามสื่อทุกระเภท
4.2.5 เพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่เกินขอบเขตที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล (Legitimate Interest) เช่น การบันทึกภาพวงจรปิด (CCTV) การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สนับสนุน การตรวจสอบเอกสารยืนยันตัวตนของผู้สนับสนุน เป็นต้น
4.2.6 เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (Vital Interest) และประโยชน์ทางด้านสาธารณะสุข เช่น ป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล เช่น การติดต่อฉุกเฉินควบคุมและป้องกันโรคติดต่อหรือโรคระบาด
4.2.7 เพื่อเป็นการจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของมูลนิธิฯ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้รับมอบให้แก่มูลนิธิฯ
4.2.8 ความยินยอม (Consent) เมื่อมูลนิธิฯ ไม่สามารถอาศัยข้อยกเว้นหรืออ้างอิงฐานทางกฎหมายตามกรณีที่ระบุข้างต้น ทั้งนี้ มูลนิธิฯ จะขอความยินยอมเป็นการเฉพาะจากท่าน โดยมูลนิธิฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งและที่ได้รับความยินยอมจากท่าน หรือในกรณีที่มูลนิธิฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว มูลนิธิฯ จะดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดหรือโดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน เช่น ข้อมูลผลการตรวจเชื้อโควิค เป็นต้น
4.3 สำหรับบุคคลที่สาม
4.3.1 เพื่อให้มูลนิธิฯ สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามวัตถุประสงค์ ในการติดต่อสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ ของมูลนิธิฯ ตลอดจนเพื่อขอรับการสนับสนุนจากท่านในกรณีที่มูลนิธิฯ จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในวัตถุประสงค์ที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น มูลนิธิฯ จะจัดให้มีประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) เพิ่มเติม เพื่ออธิบายการใช้ข้อมูลในวัตถุประสงค์ดังกล่าวและแจ้งให้ท่านทราบก่อน

ข้อ 5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
มูลนิธิฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดและตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ให้แก่หน่วยงานและบุคคลดังต่อไปนี้
5.1 หน่วยงานภายใน อาทิ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนและการบันทึกข้อมูล ผู้บริหาร ฝ่ายบัญชีฝ่ายการเงิน และฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือฝ่ายต่างๆ ภายในมูลนิธิฯ เป็นต้น
5.2 หน่วยงานตรวจสอบบัญชีภายนอกที่ได้ทำสัญญากับมูลนิธิฯ
5.3 หน่วยงานของรัฐที่ขอให้เปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย เช่น กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด และศาล เป็นต้น
ในกรณีที่มูลนิธิฯ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น มูลนิธิฯ จะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เปิดเผยและเพื่อปฏิบัติตามมาตรฐานและหน้าที่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
ในกรณีที่มูลนิธิฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ มูลนิธิฯ จะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่ามูลนิธิฯ ได้ส่งหรือโอนไปยังประเทศปลายทาง องค์กรระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศที่มีมาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ในบางกรณี มูลนิธิฯ อาจขอความยินยอมของท่านสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ข้อ 6. ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล 
  มูลนิธิฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดมาตรฐานของการเก็บรวบรวม หรือจนกว่าท่านจะแจ้งให้มูลนิธิฯ ยุติการเก็บรักษาข้อมูลหรือแจ้งให้มูลนิธิฯ ลบข้อมูลของท่าน

ข้อ 7. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
  มูลนิธิฯ ได้มีการเลือกใช้ระบบการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่มีกลไกและเทคนิคที่เหมาะสม และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะพนักงาน ลูกจ้าง ของมูลนิธิฯ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกนำไปใช้ เปิดเผย ทำลาย หรือเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข้อ 8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิดังต่อไปนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ทั้งนี้ หากท่านประสงค์ที่จะขอใช้สิทธิของท่าน ท่านสามารถขอใช้สิทธิผ่าน “แบบคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject Right Request Form)” โดยท่านสามารถติดต่อมูลนิธิฯ ตามข้อมูลติดต่อข้อ 9
8.1 สิทธิขอเพิกถอนความยินยอม หากท่านได้ให้ความยินยอมแก่มูลนิธิฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่เจ้าของข้อมูลให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่กับมูลนิธิฯ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ โดยมูลนิธิฯ จะแจ้งถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการถอนความยินยอมดังกล่าวให้ท่านทราบ
8.2 สิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่อยู่ในความรับผิดชอบของมูลนิธิฯ รวมถึงขอให้มูลนิธิฯ เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม ทั้งนี้มูลนิธิฯ มีสิทธิปฏิเสธคำร้องขอ หากการเข้าถึงหรือขอรับสำเนานั้นส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือกรณีที่ท่านไม่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
8.3 สิทธิขอโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้มูลนิธิฯ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
8.4 สิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในเวลาใดก็ได้ หากเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สถิติ ทั้งนี้มูลนิธิฯ สามารถปฏิเสธคำร้องขอได้หากเป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของมูลนิธิฯ หรือกรณีที่มูลนิธิฯ แสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายสำคัญยิ่งกว่า หรือเพื่อก่อตั้ง การใช้สิทธิเรียกร้อง การปฏิบัติตามกฎหมาย
8.5 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเห็นว่ามูลนิธิฯ ไม่มีความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หรือเมื่อเจ้าของข้อมูลได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้น ทั้งนี้มูลนิธิฯ อาจปฏิเสธคำร้องขอดังกล่าวหากข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านร้องขอให้ลบนั้นจำเป็นต้องเก็บรวบรวมตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือเป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินการของมูลนิธิฯ
8.6 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราว ในกรณีที่มูลนิธิฯ อยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้าน หรือกรณีอื่นใดที่มูลนิธิฯ ไม่มีความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
8.7 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องหากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
8.8 สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน ในกรณีที่มูลนิธิฯ มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย

ข้อ 9. วิธีการติดต่อ
9.1 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)
• ชื่อ: มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ.เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
• สถานที่ติดต่อ: มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ.เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เลขที่ 9 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 8 แขวงหนองบอน เขตประเวศ
กรุงเทพมหานคร 10250
• ช่องทางการติดต่อ: หมายเลขโทรศัพท์ 02-747-2600 จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ccfthai@ccfthai.or.th
9.2 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
 ชื่อ: นายจารุวัฒน์ ตรีเนตร
 สถานที่ติดต่อ: มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ.เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เลขที่ 9 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 8 แขวงหนองบอน เขตประเวศ
กรุงเทพมหานคร 10250
• ช่องทางการติดต่อ: หมายเลขโทรศัพท์ 02-747-2600 ต่อ 451 จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) jaruwat@ccfthai.or.th

ข้อ 10. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
  มูลนิธิฯ อาจทำการเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง มูลนิธิฯ จะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใดๆ ด้วยช่องทางที่เหมาะสม

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2566