Search
Close this search box.
Search
Close this search box.

โลกสีหม่น…บนผ้าสีเทา

โลกสีหม่น...บนผ้าสีเทา

          การเติบโตมาพร้อมกับความบกพร่องของร่างกาย และพัฒนาการสมองช้า ของ “จ่อย” เด็กชายอายุ 12 ปีผู้อาภัพ พ่อและแม่เสียชีวิตตั้งแต่เล็ก ด้วยโรคติดต่อที่สังคมรังเกียจ “จ่อย” จึงถูกผู้คนในชุมชน ล้อเลียน คอยกลั่นแกล้ง ต่อว่า ไม่เว้นแม้แต่คนในครอบครัว น้องจะรู้สึกอย่างไรที่ถูกมองอย่างนั้น? น้องจะเข้าใจความหมายของมันหรือเปล่า? สำหรับผมมัน คือ การ “ตีตราเด็ก” จากคนรอบข้างผ่านทางภาษากาย ภาษาพูด การหยอกล้อ ตอกย้ำให้เด็กคนหนึ่งต้องเผชิญกับความยากลำบากในการใช้ชีวิต “พื้นที่ทางสังคม” ของจ่อยช่างดูเล็กแคบจนน่าอึดอัดเสียจริงๆ ไม่ต่างอะไรกับการ “ป้ายสี” เขาลงบน “ผ้าขาว” ผืนน้อย

ครอบครัวของจ่อยอาศัยอยู่ใน จังหวัดอุดรธานี สมาชิกในครอบครัวมี 4 คน ได้แก่ ลุง น้า อา และจ่อย ฐานะทางบ้านของ จ่อย เข้าขั้นขัดสนยากจนมาก มีลุงเป็นเสาหลักในการหารายได้เลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว เพราะน้าและอาของจ่อย ทั้งคู่พิการทางร่างกาย ไม่สามารถทำงานได้

ปัจจุบัน เขาได้ย้ายไปอยู่กับหลวงตาที่เป็นญาติกัน ณ วัดแห่งหนึ่งในอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี

หลวงตา ได้เล่าว่า “ได้เห็นจ่อยในสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่แล้ว รู้สึกสงสารมาก ลุงของจ่อยเองก็ลำบากใจในการส่งเรียนเพราะรายได้ไม่แน่นอน จึงตัดสินใจส่งจ่อยมาอยู่กับอาตมา กินนอนที่วัด เรียนก็โรงเรียนใกล้วัด อาตมาให้เงินจ่อยไปโรงเรียนวันละยี่สิบบาท อาตมาจะได้ดูแลจ่อยตามอัตภาพ ชุดนักเรียน รองเท้า ก็ขอบริจาคกับผู้ใจบุญที่มาวัด

“จ่อย” เป็นเด็กในความดูแลของ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. ตั้งแต่ 2551 ทำให้ผมเริ่มมีความหวังว่าจะเห็นผ้าผืนเล็กๆ ที่ซีดเทา กลับมาเป็นผ้าขาวแต้มไปด้วยสีสันสดใสแทน โลกสีหม่นเริ่มกลับมาเป็นสีสดใสอีกครั้ง เพราะมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังคอยให้ความรัก สนับสนุนการศึกษา มีธรรมมะเป็นร่มเงา มีที่อยู่อาศัย ซึ่งก็คือ “หลวงตา” แต่เพียงแค่หลวงตาคนเดียวคงยากที่จะช่วยลบคราบสีเทาออกจากผ้าผืนน้อยๆ ผืนนี้ไปได้ ทุกคนในสังคมควรจะมีส่วนช่วยลบคราบสีเทาให้กลับมาเป็นสีขาว ช่วยกันนำสีสดใสมาแต้มแต่งให้สีหม่นในโลกใบเล็กของจ่อยหายไป จ่อยจะได้ไม่หวนคืนกลับมาเจอ “โลกสีหม่น..บนผ้าสีเทา” อีกต่อไป

ปณิวัฒน์ สีหาทับ 
โครงการพัฒนาเด็ก ซี.ซี.เอฟ. จังหวัดอุดรธานี
8 กันยายน 2559

แชร์เนื้อหา :

ข่าวสารอื่นๆ